Green PYS หรือ ปัฐยฬุรี ยงใจยุธ สุรพจน์พนิต (Pattayaruree Yongchaiyuth Surapojnpanit) เปิดตัวซิงเกิลพิเศษ only us mode เพลงรักฟังง่าย ฟังสบาย แต่ฟังแล้วใจฟู เป็นเพลงที่หยิบมาเปิดได้ทุกช่วงเวลา ไม่ต้องรอเทศกาล เพราะแค่อินกับโมเมนต์ตรงหน้า เพลงก็ทำงานแล้ว
ความพิเศษของเพลงนี้คือ
การได้ วิตดิวัติ พันธุรักษ์ นักร้องเสียงดีรุ่นพี่ มาร่วม feat เพิ่มเลเยอร์อารมณ์ให้เพลงชัดขึ้น จากความละมุน กลายเป็นความอบอุ่นที่มีน้ำหนัก ทำให้ “only us mode” เป็นเพลงรักที่ไม่เลี่ยน แต่ยังอบอวลไปด้วยฟีลดี ๆ
ในด้านซาวด์
เพลงมาในโทน pop ทันสมัย ผสมกลิ่น hiphop เบา ๆ กับการ rhyme แบบ melodic rap จังหวะกำลังดี โยกตามได้แบบไม่ต้องพยายาม บีตคม แต่เมโลดี้นุ่ม และยังได้โชว์เสียงสูงใส ๆ ของ Green PYS ที่ฟังแล้วรู้สึกสบายหูตั้งแต่ครั้งแรก
โครงเพลงเน้นฮุคที่ติดหู
ฟังแล้วเข้าใจทันทีว่าเพลงกำลังชวนให้ “mute เสียงคนรอบข้าง” แล้วเข้าโหมดของเราสองคน อยู่กับ vibe ดี ๆ ของโมเมนต์นี้แบบไม่ต้องคิดเยอะ ภาพรวมเลยเป็นเพลงที่ฟังเพลิน ไม่จืด มีคาแรกเตอร์ และเหมาะกับการเปิดซ้ำ
ฟัง “only us mode” ได้แล้วที่ YouTube
Green PYS หรือ ปัฐยฬุรี ยงใจยุธ สุรพจน์พนิต
(Pattayaruree Yongchaiyuth Surapojnpanit)
ศิลปินรุ่นใหม่ที่โตมากับเวทีตั้งแต่เด็ก
ผ่านทั้งงานโชว์ งานแฟชั่น และงานแสดงหลากหลายรูปแบบ ก่อนจะค่อย ๆ เก็บประสบการณ์ จนรู้ชัดว่าดนตรีคือพื้นที่ที่อยากยืนด้วยตัวเองจริง ๆ
เธอผ่านเวทีมาแล้วทั้งในไทยและต่างประเทศ เคยเป็นอดีตสมาชิกวง SISMA และขึ้นแสดงในงานระดับอินเตอร์อย่าง SAWASDEE SEOUL THAI FESTIVAL 2024 ที่เกาหลีใต้ รวมถึงโชว์เคสและเวทีสดอีกหลายรูปแบบ พร้อมพื้นฐานการฝึกอย่างจริงจังจาก Artist Training Project (ATP) โดย Grammy Vocal Studio ที่หล่อหลอมทั้งสกิล การแสดงออก และทัศนคติของการเป็นศิลปินอาชีพ
ปี 2026 คือจุดรีเซ็ต
และเป็นก้าวแรกของการทำเพลงในแบบที่เป็นตัวเองจริง ๆ กับ single แรก Only Us Mode เพลงที่ไม่ได้พยายามเอาใจใคร แต่ชวนคนฟังปิดเสียงรอบข้าง แล้วโฟกัสโมเมนต์ดี ๆ แค่เราสองคน
จากนี้ Green PYS
พร้อมปล่อยผลงานเพลงอย่างต่อเนื่อง โชว์ของแบบไม่กั๊ก ทั้งบนสตรีมมิ่งและบนเวที นี่ไม่ใช่แค่การเปิดตัว single แรก แต่คือการเปิด “โหมดศิลปิน” อย่างเต็มตัว เตรียมเจอความสนุก สดใส และอารมณ์ลึกแบบชัด ๆ ได้เลย
ต็อง vitdivat
ศิลปินนักร้องนักแต่งเพลงชาวไทย ผู้เติบโตจากครอบครัวดนตรี และเลือกสร้างเส้นทางของตัวเองด้วยงานที่ให้ความสำคัญกับความรู้สึกจริง มากกว่าการยึดติดกับกระแสหรือภาพลักษณ์ฉาบฉวย เขามองดนตรีเป็นพื้นที่ของความซื่อสัตย์ และเชื่อว่าบทเพลงที่ดีควรสื่อสารกับผู้ฟังอย่างตรงไปตรงมา
อิทธิพลทางดนตรีตั้งแต่วัยเด็ก
จากครอบครัวศิลปิน โดยคุณพ่อ วินัย พันธุรักษ์ คือหนึ่งในสมาชิกวง **The Impossible** วงดนตรีที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์เพลงไทย และต่อมาได้สร้างชื่อเสียงอย่างยาวนานในฐานะศิลปินเดี่ยวจากผลงานระดับตำนาน เช่น สิ้นกลิ่นดิน, ชู้ทางใจ และ ชำมะเลียง จนได้รับการยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ รากฐานเหล่านี้หล่อหลอมให้เขาให้ความสำคัญกับโครงสร้างเพลง การเล่าเรื่อง และน้ำหนักของอารมณ์ในบทเพลงอย่างจริงจัง
หนึ่งในผลงานที่สะท้อนตัวตน
ของเขาได้ชัดเจนคือ **(อย่าทำให้ฉัน) ฝันเก้อ** บทเพลงที่เขาแต่งทั้งเนื้อร้องและทำนองด้วยตัวเอง และร่วมร้องกับคุณพ่อ เป็นงานที่เชื่อมโยงสองรุ่นศิลปินเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมตอกย้ำภาพของศิลปินที่เติบโตจากครอบครัวดนตรีอย่างแท้จริง
งานของเขาผสมผสาน pop
ร่วมสมัยเข้ากับกลิ่นอายย้อนยุคอย่างพอดี โดดเด่นด้วยเนื้อร้องและทำนองที่ละมุน มีโครงสร้างชัดเจน และเสียงร้องที่ไม่ปรุงแต่งเกินจำเป็น เพื่อให้สารของเพลงเดินทางไปถึงผู้ฟังอย่างตรงที่สุด
เขาเป็นที่จดจำในฐานะ **เจ้าของเพลงรักดังที่ยังถูกหยิบมาร้องกันมาจนถึงปัจจุบัน** อย่าง **อย่าปล่อยมือฉันไป** บทเพลงที่เขาแต่งทำนองด้วยตัวเอง ถ่ายทอดอารมณ์ของการยืนอยู่ข้างกันในวันที่ชีวิตไม่แน่นอน ผ่านเมโลดี้เรียบง่าย จำง่าย และจริงใจ จนกลายเป็นเพลงแทนความรู้สึกของผู้ฟังหลายรุ่น

